Day: February 21, 2024

การปลูกบัวหลวง บัวหลวงเป็นพืชน้ำที่สามารถปลูกได้ทั้งในน้ำตื้นและน้ำลึก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ก้านใบและดอกโผล่ขึ้นเหนือน้ำ บัวหลวงเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด ดินร่วนปนทราย และน้ำใส สะอาด โดยทั่วไปบัวหลวงจะออกดอกในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน การปลูกบัวหลวงสามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือแยกเหง้า ขั้นตอนการปลูกบัวหลวง เตรียมดิน โดยไถพรวนดินให้ละเอียดและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ จากนั้นตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ขุดหลุมปลูก โดยขุดหลุมลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร แล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ลงไป นำเหง้าบัวหลวงมาปลูก โดยวางเหง้าลงในหลุมปลูกแล้วกลบดินให้แน่น จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม ดูแลรักษาบัวหลวง โดยรดน้ำให้สม่ำเสมอ และใส่ปุ๋ยบำรุงต้นอยู่เป็นประจำ เมื่อบัวหลวงออกดอกแล้ว ควรเด็ดดอกบัวที่โรยแล้วออก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของโรคและแมลง การเก็บเกี่ยวบัวหลวง บัวหลวงสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อดอกบัวบานเต็มที่ โดยการเด็ดดอกบัวพร้อมกับก้านดอก แล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด ประโยชน์ของบัวหลวง บัวหลวงเป็นพืชที่มีประโยชน์มากมายทั้งดอกบัว กลีบบัว เกสรบัว และรากบัวสามารถนำมารับประทานได้ นอกจากนี้บัวหลวงยังมีสรรพคุณทางยา โดยดอกบัวมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ กลีบบัวมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด เกสรบัวมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย และรากบัวมีสรรพคุณช่วยบำรุงตับ
เฟื่องฟ้า/ดอกเฟื่องฟ้า ดอกเฟื่องฟ้า หรือ บูเกนวิลเลีย (อังกฤษ: Bougainvillea) เป็นไม้พุ่มที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ด้วยสีสันที่สดใสและรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ ดอกเฟื่องฟ้าจึงเป็นที่นิยมในการปลูกเป็นไม้ประดับทั่วโลก ประโยชน์ของดอกเฟื่องฟ้า ไม้ประดับ: ดอกเฟื่องฟ้าเป็นที่นิยมในการปลูกเป็นไม้ประดับ ด้วยสีสันที่สดใสและรูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ ดอกเฟื่องฟ้าจึงสามารถช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับสวนหรือพื้นที่กลางแจ้งได้ ยาสมุนไพร: บางส่วนของดอกเฟื่องฟ้า เช่น ใบและราก มีคุณสมบัติทางยาและถูกนำมาใช้ในการแพทย์แผนโบราณเพื่อรักษาโรคต่างๆ เช่น บาดแผล ปวดท้อง และโรคผิวหนัง น้ำหอม: กลิ่นหอมของดอกเฟื่องฟ้าสามารถสกัดออกมาเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำหอมได้ สีผสมอาหาร: สีสันที่สดใสของดอกเฟื่องฟ้าสามารถสกัดออกมาเพื่อใช้เป็นสีผสมอาหารได้ การปลูกดอกเฟื่องฟ้า ดิน: ดอกเฟื่องฟ้าสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี แสงแดด: ดอกเฟื่องฟ้าเป็นไม้ที่ชอบแดดจัด ดังนั้นควรปลูกในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน น้ำ: ดอกเฟื่องฟ้าเป็นไม้ที่ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ปล่อยให้ดินแห้งหรือแฉะจนเกินไป ปุ๋ย: ดอกเฟื่องฟ้าควรได้รับการใส่ปุ๋ยเป็นประจำ เพื่อช่วยให้เจริญเติบโตได้ดีและออกดอกดก ควรเลือกใช้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในอัตราส่วนที่เหมาะสม การตัดแต่งกิ่ง: การตัดแต่งกิ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดูแลรักษาดอกเฟื่องฟ้า ควรตัดแต่งกิ่งที่แห้งหรือเป็นโรคออกเป็นประจำ และตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมขนาดและรูปทรงของต้นเฟื่องฟ้าให้เหมาะสม
ชงโค : สรรพคุณและการปลูก ชงโค เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง พบในประเทศไทย ในป่าดิบชื้นทางภาคเหนือมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Blumea balsamifera (L.) DC. วงศ์ COMPOSITAE ลำต้นกลม ตั้งตรงมีความสูงประมาณ 1-4 เมตร เปลือกต้นมีสีน้ำตาลอ่อนหรือเทา มีขนอ่อนหรือค่อนข้างหยาบ ร่องของใบและก้านใบเป็นร่องลึก ใบมีใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ๆ รูปหัวใจ มีขนาดเล็ก ปลายเว้าลึก ดอกมีดอกช่อขนาดใหญ่ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมากกลีบดอกมีสีเหลืองอ่อน สรรพคุณต้นชงโค ดอกชงโค ลดความดันโลหิต ทำให้อาการปวดหัวและวิงเวียนศีรษะหายได้ แก้ลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้ปวดท้อง ขับเสมหะ แก้หอบหืด บำรุงเลือด แก้ปอดอักเสบ ขับประจำเดือน –ต้นชงโค แก้ปัสสาวะขัด ตำพอกแก้กลากและผื่นคัน รากชงโค แก้ปวดท้องน้อย นอกจากนั้นดอกชงโคก็ยังนำไปทำอาหารได้หลายอย่างอีกด้วย การปลูกชงโค ชงโค เป็นพืชที่ปลูกง่ายและดูแลไม่ยุ่งยาก ขยายพันธ์ุด้วยวิธีการเพาะเมล็ด […]
กระจับ กระจับหรือกระจับเขาควายมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rauvolfia serpentina (L.) Benth. ex Kurz เป็นไม้ล้มลุกที่มีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นทรงกลมหรือรี มีสีเขียวคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้มและมีขนสีขาวขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ มีสีเขียวเข้มและมีขนสีขาวขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป ส่วนดอกมีสีขาวหรือสีชมพูอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นดอกช่อกระจุก ออกดอกบริเวณปลายกิ่งหรือที่ซอกใบ สรรพคุณของกระจับ แก้ไอ ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน รักษาโรคบิด แก้ท้องร่วง แก้อาการปวดท้อง ลดความดันโลหิตสูง รักษาโรคหอบหืด แก้ลำไส้แปรปรวน แก้อาการท้องผูก แก้ปวดประจำเดือน การปลูกกระจับ การเตรียมดิน ควรเลือกพื้นที่ที่มีดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์ และมีการระบายน้ำที่ดี ไถพรวนดินให้ละเอียดและกำจัดวัชพืชออกให้หมด การเตรียมพันธุ์ สามารถใช้เมล็ดหรือกิ่งตอนมาเพาะปลูกได้ หากใช้เมล็ดให้แช่เมล็ดในน้ำอุ่นประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนหว่านลงดิน หากใช้กิ่งตอนให้ตัดกิ่งที่มีอายุประมาณ 1 ปี และมีความยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร นำไปแช่น้ำยาเร่งรากประมาณ 15 นาทีก่อนปักชำลงถุงเพาะปลูก การเพาะปลูก ขุดหลุมปลูกให้มีความกว้างและความลึกประมาณ 30 […]
ตะบูน/ตะบูนขาว ตะบูน หรือตะบูนขาว คือ สารประกอบอินทรีย์ที่มีสูตรเคมีคือ CC13COOC(CH3)3 เป็นของเหลวไม่มีสีหรือสีเหลืองซีด มีกลิ่นคล้ายผลไม้ มีจุดเดือดที่ 145-146 องศาเซลเซียสและจุดหลอมเหลวที่ -48 องศาเซลเซียส ละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์เช่น เบนซีน, คลอโรฟอร์ม หรืออีเทอร์แต่ไม่ละลายในน้ำ ตะบูนเป็นสารที่ระเหยง่ายมากและมีความเป็นพิษสูงโดยสามารถซึมเข้าร่างกายได้ทุกช่องทางทั้งทางเดินหายใจ ผิวหนัง และทางปาก และออกฤทธิ์ภายในระยะเวลาไม่นาน ประโยชน์ ตะบูนเป็นสารที่มีความเป็นพิษสูงจึงสามารถใช้เป็นอาวุธทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีประโยชน์บางประการเช่น ใช้ในการทำยาฆ่าแมลง ใช้ในการทำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ใช้ในการทำยาฆ่าหญ้า ใช้ในการทำสารเคมีบางชนิด ใช้ในการทำเชื้อเพลิงจรวด สรรพคุณ ตะบูนมีสรรพคุณดังนี้ มีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา มีฤทธิ์ระงับประสาทส่วนกลาง มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง มีฤทธิ์ทำให้หายใจและหัวใจหยุดเต้น มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ และหมดสติ มีฤทธิ์ทำให้ตายได้หากได้รับในปริมาณมาก
ลูกท้อ/ลูกพีช ลูกท้อหรือลูกพีช เป็นผลไม้ที่มีรสหวานฉ่ำ เป็นที่นิยมสำหรับการรับประทานสดๆ และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย ลูกท้อมีหลายสายพันธุ์ที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป เช่น ลูกท้อพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีผลขนาดใหญ่และมีรสหวานกรอบ ลูกท้อพันธุ์จีนที่มีผลขนาดเล็กและมีรสหวานอมเปรี้ยว และลูกท้อพันธุ์ไทยที่มีผลขนาดกลางและมีรสหวานหอม สรรพคุณของลูกท้อ ลูกท้อเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มีวิตามิน A, C, E และโพแทสเซียมสูง ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจอีกด้วย การปลูกลูกท้อ ลูกท้อเป็นผลไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นและชื้น ต้องการแสงแดดจัดและดินที่มีการระบายน้ำดี สามารถปลูกได้ทั้งในแบบต้นเดี่ยวหรือเป็นสวนผลไม้ โดยการปลูกลูกท้อจากต้นกล้าหรือโดยการตอนกิ่ง ก่อนปลูกควรเตรียมดินให้พร้อมโดยการไถพรวนดินและใส่ปุ๋ยคอก หลังจากปลูกควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และควรให้ปุ๋ยตามที่แนะนำ ลูกท้อจะออกผลประมาณ 3-5 ปีหลังจากปลูก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ยังสามารถปลูกได้ในพื้นที่เชิงเขาหรือบนดอย ด้วยการเตรียมพื้นที่ โดยการขุดหลุมกว้าง 60 เซนติเมตร ลึก 40 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม แล้วนำต้นกล้าลูกท้อลงปลูก รดน้ำให้ชุ่ม และดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เจริญเติบโตออกดอกออกผลได้ต่อไป
โสน ดอกโสน สรรพคุณ และการปลูกโสน โสนเป็นพืชดอกที่มีมานานแล้ว เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจากดอกสีเหลืองสดใสและมีสรรพคุณทางยาหลากหลายในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ดอกโสน ดอกโสนมีขนาดเล็กมีห้ากลีบ สีเหลืองสดใส มีเกสรสีน้ำตาลเข้มเป็นศูนย์กลาง ดอกโสนมีความยาวประมาณ 2 เซนติเมตรและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ สรรพคุณของดอกโสน ดอกโสนมีสรรพคุณทางยาหลายประการ เช่น เป็นยาขับปัสสาวะ: ช่วยในการขับของเหลวส่วนเกินออกจากร่างกาย เป็นยาฆ่าเชื้อ: ช่วยในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เป็นยาแก้ไข้: ช่วยในการลดอุณหภูมิร่างกายและบรรเทาอาการปวดหัว เป็นยาแก้ท้องร่วง: ช่วยในการหยุดท้องร่วง เป็นยาแก้แผลในกระเพาะอาหาร: ช่วยในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร เป็นยาแก้ปวดประจำเดือน: ช่วยในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือน เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร: ช่วยในการรักษาโรคริดสีดวงทวาร การปลูกโสน โสนเป็นพืชที่ปลูกง่ายและสามารถเจริญเติบโตได้ในดินเกือบทุกประเภท แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี โสนต้องการแสงแดดจัดและอากาศถ่ายเทได้ดี การปลูกโสนสามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ด โสนเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่มักจะใช้เวลาหลายปีในการออกดอกครั้งแรก ข้อควรระวังและผลข้างเคียง โสนมีสรรพคุณทางยาหลายประการ แต่ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่มีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ผลข้างเคียงของโสนอาจรวมถึง: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดท้อง ผื่นผิวหนัง อาการแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้โสนเพื่อรักษาโรคหรืออาการใดๆ
บอนเต่า บอนป่า พรรณไม้ที่เป็นทั้งอาหาร ยา และไม้ประดับ บอนเต่า บอนป่า เป็นพืชจำพวกใบเลี้ยงเดี่ยวที่อยู่ในวงศ์ Araceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Colocasia esculenta มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ จึงพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้น ลำต้นใต้ดินมีลักษณะเป็นหัวกลมแป้นหรือหัวกลมยาว สีน้ำตาล มีรากงอกออกมาจากด้านล่างของหัว ใบ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันที่ปลายลำต้น ก้านใบยาวกลม สีเขียวหรือม่วง ใบเป็นรูปหัวใจหรือรูปไข่ ขอบใบหยักเว้าและมีสีเขียวเข้ม ดอก ดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลด ออกที่โคนก้านใบ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่บนช่อที่แยกกัน ดอกตัวผู้มีสีเหลือง ดอกตัวเมียมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ผล ผลเป็นผลเบอร์รี่ทรงกลมหรือทรงรี มีสีเขียวอมเหลืองหรืออมส้ม เมื่อสุกจะมีสีแดงหรือสีม่วง ประโยชน์ บอนเต่า บอนป่า ใช้ประกอบอาหาร หัวบอนเต่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่หลายชนิด หัวบอนเต่าสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น แกงบอน แกงเลียง แกงส้ม ทอดมันบอน และยำบอน ต้นอ่อนและใบอ่อนของบอนเต่าสามารถนำมาใช้เป็นผักสด […]