สกินแคร์ ของ The Ordinary ที่ต้องมีติดตัว 2567

สกินแคร์ ของ The Ordinary ที่สาวๆเป็นสิวต้องมีติดตัว พร้อมอีก2ตัวโปรดที่ควรค่าแก่การมีไว้ 🥰

วันนี้เราจะมีรีวิว สกินแคร์ตัวตึงของเรา เมื่อก่อนเราเป็นสิวหนักมาก ไปหาหมอที่คลีนิคก็หมดไปหลายหมื่น (ตอนนี้ก็ยังใช้บางตัวของคลีนิคร่วมด้วยอยู่) พอผิวหน้าดีขึ้นเราก็อยากหาตัวที่ดีที่สุด ลองมาก็เยอะ ใครเป็นสิวจะเข้าใจเป็นอย่างดี แต่เราก็ได้มาเจอเจ้า 2 ตัวนี้ ที่ตอนนี้รักมาก ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ.. แท่นนนนน แท๊นนนนนน~~

♡₁ The Ordinary, Niacinamide 10% + Zinc 1% เซรั่มเซใจ นัมเบอร์วัน ของมันต้องมีเลยจริงๆ เพราะน้องมีส่วนผสมตัวตึงอย่าง Niacinamide หรือ Vitamin B3 ที่มีความเข้มข้นสูงถึง 10% ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าเรา ทำให้หน้ากระชับ รูขุมขนตื้นขึ้น ผิวอิ่มน้ำ มีความชุ่มชื้น พร้อมลดสิวได้อีก และอีกเยอะเลย ><

👩🏻‍🦲สภาพผิว:

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

♡₂ The Ordinary, AHA 30% + BHA 2% Peeling Solution

มาส์กแดง มาส์กใจ ที่มีกรด AHA เข้มข้นถึง 30% ตัวนี้เค้าช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบนสุดให้หลุดออก และยังมีกรด BHA ที่ 2% เลยนะ น้องจึงช่วยผลัดเซลล์ในระดับชั้นที่ลึกกว่า เลยขจัดพวกความสกปรก หรือพวกสิ่งอุดตันในรูขุมขนของเราให้มันลดลง ผิวหน้าเกลี้ยงเกลาขึ้นจึงช่วยลดโอกาสของการเกิดสิวขึ้นใหม่นั่นแหละค๊าปปป

👩🏻‍🦲สภาพผิว:

เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวแต่ถ้ามีผิวบางต้องระวังมากๆค่ะ

✨แถมอีก 2 ตัว ละกัน ^*..*^

Benzac(5%) Feat. Clinda-M

♡₁ Benzac 📌ข้อดี/ข้อเสีย:

จะช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ สิวไม่ค่อยขึ้นใหม่ในส่วนผสมก็ ไม่มีพาราเบน แต่อาจทำให้ผิวลอก หรือแสบคันได้

♡₂ Clinda-M 📌ข้อดี/ข้อเสีย:

จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบของสิว แต่อาจทำให้ผิวลอก หรือแสบคัน หรือมีอาการผิวแดงได้ในบางท่านนะคะ

🗣วิธีใช้/ข้อแนะนำ:

สต.เราทา Benzac ทิ้งไว้ 10-15 นาที บางทีก็ 20 นาทีเลย แล้วก็ค่อยล้างหน้าค่ะ ส่วนหลังล้างหน้าก็ทา Clinda-M แต้มที่สิวอักเสบอีกที

เคล็ดลับผิวสวยแบบวินยอง 2567 ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน: การทำความสะอาดผิวเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก มลภาวะ และเครื่องสำอางออกจากผิว เพื่อให้ผิวสามารถหายใจได้อย่างเต็มที่ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแทนที่จะใช้น้ำร้อน บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์: การบำรุงผิวเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นและนุ่มนวล แนะนำให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว หากมีผิวแห้งควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เข้มข้นกว่า ส่วนคนที่มีผิวมันควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่บางเบาและปราศจากน้ำมัน ปกป้องผิวจากแสงแดด: แสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพและเกิดริ้วรอยก่อนวัย ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือสูงกว่าทุกวัน แม้แต่ในวันที่ไม่มีแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อผิว รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ: การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็มีผลต่อสุขภาพผิวด้วย ควรรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และปลาเพื่อช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและความเครียด ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น นอนหลับให้เพียงพอ: การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดีได้ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ ส่งผลให้ผิวดูมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง จัดการกับความเครียด: ความเครียดอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวได้ จึงควรหาเวลาผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การฟังเพลง การออกกำลังกาย หรือการใช้เวลากับคนรัก
เคล็ดลับผิวสวยหุ่นดี 2567 ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวันจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น สดใส และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลดการสะสมของของเสียในร่างกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ: ควรรับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ เน้นการปรุงอาหารแบบต้ม นึ่ง ย่าง หลีกเลี่ยงการทอด ควรรับประทานเนื้อปลาและไก่เป็นหลัก หลีกเลี่ยงไขมันจากเนื้อสัตว์ติดมัน และควรจำกัดการบริโภคน้ำตาล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี และช่วยให้หัวใจแข็งแรงยิ่งขึ้น การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งก็จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืนจะช่วยให้ร่างกายได้พักฟื้นและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ พร้อมทั้งกระตุ้นการหลั่งของโกรทฮอร์โมนซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ลดการสะสมไขมัน จัดการความเครียด: ความเครียดอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวและปัญหาผิวหนังต่างๆ การจัดการความเครียดด้วยวิธีต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ การฟังเพลง และการใช้เวลากับคนที่เรารัก จะช่วยให้สุขภาพกายและใจดีขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับสภาพผิว: ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิกหรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของเรา เพื่อให้ผิวได้รับการดูแลอย่างเต็มประสิทธิภาพ ปกป้องผิวจากแสงแดด: แสงแดดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย การเกิดฝ้า […]
การผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ: ลงทุนกับผลิตภัณฑ์กำจัดขนหรือสครับที่อ่อนโยนเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกเป็นประจำ การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วจะช่วยให้ผิวของคุณดูสุขภาพดีและเปล่งประกายมากขึ้น บำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์: เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและป้องกันการคันหรือการระคายเคือง เลือกมอยเจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก เช่น เชียบัตเตอร์, กลีเซอรีน หรือกรดไฮยาลูโรนิก การปกป้องผิวจากแสงแดด: การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปและสวมเสื้อผ้าคลุมเมื่ออยู่กลางแดดจะช่วยปกป้องผิวของคุณจากอันตรายของแสงแดดและลดโอกาสในการเกิดขาลายได้ การดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื้นและมีสุขภาพดีมากขึ้น พยายามดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวันเพื่อให้ร่างกายและผิวของคุณได้รับการชุ่มชื้นที่เหมาะสม การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพผิว: การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี, วิตามินอี, และกรดไขมันจำเป็นจะช่วยให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีมากขึ้น รับประทานอาหารที่มีผัก ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ขัดสี และโปรตีนแบบไม่ติดมันเพื่อให้ผิวของคุณเปล่งประกาย การออกกำลังกายเป็นประจำ: การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้ดีขึ้นและช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวของคุณ เมื่อคุณออกกำลังกาย ร่างกายจะผลิตสารเอนดอร์ฟินซึ่งช่วยลดความเครียดและทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้น การออกกำลังกายยังช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิวของคุณโดยรวม การจัดการกับความเครียด: ความเครียดสามารถส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพผิวของคุณได้ หากคุณรู้สึกเครียดให้หากิจกรรมที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ การโยคะ หรือ การฟังเพลงที่ผ่อนคลาย การได้นอนหลับให้เพียงพอและการจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผิวของคุณมีสุขภาพดีขึ้นได้ การปรึกษาแพทย์หากจำเป็น: หากคุณมีขาลายที่รุนแรงหรือไม่หายไปด้วยตนเอง คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวิธีการรักษาที่เหมาะสม
ผิวขาวอมชมพู: เลือกสีชมพูอ่อน, ม่วงอ่อน, พีช, ส้มอ่อน, นู้ด จะช่วยเพิ่มความสดใสให้ใบหน้ายิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงสีเข้ม เช่น น้ำตาล, แดงเข้ม, ม่วงเข้ม ผิวขาวเหลือง: เลือกสีชมพู ประกายมุก, ส้มพีชอ่อน, นู้ด หรือสีชมพูอมส้ม จะช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างสดใส หลีกเลี่ยงสีส้มอิฐ, เหลือง, น้ำตาลเข้ม ผิวสองสี: เลือกสีชมพูโทนเย็น, สีนู้ด, แดงก่ำ, ส้มอมแดง จะช่วยขับผิวให้ดูสุขภาพดี หลีกเลี่ยงสีอ่อนเกินไป เช่น ชมพูอ่อน, พีชอ่อน, นู้ดอ่อนเกินไป ผิวคล้ำ: เลือกสีชมพูเข้ม, แดงอมน้ำตาล, ส้มเข้ม, น้ำตาลเข้ม จะช่วยเสริมให้ริมฝีปากดูโดดเด่น หลีกเลี่ยงสีโทนเย็น เช่น ชมพูอ่อน, ม่วงอ่อน, นู้ด หรือสีชมพูอมส้ม สีผิวกลาง: เลือกได้ทั้งสีโทนเย็นและโทนอุ่น เช่น ชมพู, ส้ม, แดง, ม่วง หรือสีนู้ด หลีกเลี่ยงสีที่เข้มหรืออ่อนจนเกินไป เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล
การเลือกสีลิปสติกให้เหมาะกับสีผิว 2567 สีผิวขาว: สาวผิวขาวสามารถเลือกสีลิปสติกได้หลากหลาย เพราะสีผิวที่สว่างทำให้สามารถทาลิปสติกได้หลายโทนสี ตั้งแต่สีนู้ดธรรมชาติไปจนถึงสีเข้มจัดจ้าน แต่ควรหลีกเลี่ยงสีโทนส้ม เพราะอาจทำให้ใบหน้าดรอปลงได้ สีผิวเหลือง: สาวผิวเหลืองควรเลือกสีลิปสติกโทนสีชมพูหรือสีแดงก่ำ ซึ่งจะช่วยขับให้ใบหน้าแลดูสดใสและเปล่งประกาย ส่วนสีลิปสติกที่ควรหลีกเลี่ยงคือสีโทนนู้ด เพราะอาจทำให้ใบหน้าแลดูซีดเซียว สีผิวน้ำผึ้ง: สาวผิวน้ำผึ้งสามารถเลือกสีลิปสติกได้หลากหลายเช่นกัน แต่ควรเน้นสีโทนอุ่น เช่น สีส้ม สีชมพูอมส้ม สีแดงอมส้ม หรือสีน้ำตาล เพราะสีโทนเหล่านี้จะช่วยขับให้ผิวแลดูกระจ่างใสและสุขภาพดี ส่วนสีลิปสติกที่ควรหลีกเลี่ยงคือสีโทนเย็น เช่น สีชมพูอมม่วง สีแดงอมม่วง หรือสีน้ำเงิน เพราะอาจทำให้ใบหน้าแลดูหมองคล้ำ สีผิวเข้ม: สาวผิวเข้มควรเลือกสีลิปสติกโทนสีเข้ม เช่น สีแดงเข้ม สีน้ำตาลเข้ม หรือสีม่วงเข้ม เพราะสีโทนเหล่านี้จะช่วยขับให้ใบหน้าแลดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ ส่วนสีลิปสติกที่ควรหลีกเลี่ยงคือสีโทนอ่อน เพราะอาจทำให้ใบหน้าแลดูจืดชืด
การเลือกสีลิปสติกที่เหมาะสมกับชุดสามารถทำให้ลุคโดยรวมของคุณดูดีขึ้นได้ และมั่นใจมากขึ้นในการที่จะออกงานต่างๆ ได้อย่างดูดีเช่นกัน สีชมพู เป็นสีที่เหมาะกับการแต่งหน้าโทนหวาน โดยสามารถเลือกเฉดสีโทนชมพูอ่อนได้หากชื่นชอบการแต่งหน้าลุคใส หรือเลือกโทนสีชมพูเข้มถ้าต้องการลุคที่ดูเป็นทางการ สีส้ม เป็นสีที่สดใสและมีชีวิตชีวามาก เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการความดูอ่อนเยาว์และร่าเริง คุณสามารถเลือกโทนสีส้มสด สำหรับลุคกลางวัน และสีส้มอมน้ำตาลสำหรับลุคกลางคืน สีแดง เป็นสีคลาสสิกอมตะที่ เหมาะสำหรับทุกโอกาส, ตั้งแต่สีแดงธรรมชาติไปจนถึงสีแดงเข้ม เลือกสีแดงสำหรับลุคที่ดูหรูหรา หรือสีแดงเข้มสำหรับลุคกลางคืนสุดตื่นตาตื่นใจ สีม่วง เป็นสีที่เหมาะกับการสร้างลุคที่ดูมีเอกลักษณ์ และ ไม่เหมือนใคร คุณสามารถเลือก โทนสีม่วงอ่อนสำหรับลุคกลางวัน ม่วงเข้ม หรือม่วงอมน้ำเงินสำหรับลุคกลางคืน สีน้ำตาล เป็นสีที่ดูเป็นธรรมชาติ และ เหมาะสำหรับการแต่งหน้าโดยรวมง่ายๆ แต่ดูดี ทั้งกลางวันและกลางคืน คุณสามารถเลือกเฉดสีน้ำตาลอ่อนสำหรับลุคธรรมชาติ หรือสีน้ำตาลเข้มสำหรับลุคที่ดูมีมิติยิ่งขึ้น เมื่อเลือกสีลิปสติกได้แล้วคุณต้องเลือกให้เหมาะกับชุดที่สวมใส่ด้วย เช่น หากสวมชุดสีชมพูคุณอาจเลือกใช้ลิปสติกสีชมพูอ่อนหรือชมพูกุหลาบเพื่อให้ลุคดูหวานละมุน หากสวมชุดสีแดงคุณอาจเลือกใช้ลิปสติกสีแดงสดหรือแดงก่ำเพื่อให้ลุคดูหรูหรา และหากสวมชุดสีดำคุณอาจเลือกใช้ลิปสติกสีแดงเข้มหรือสีม่วงเพื่อให้ลุคดูลึกลับเซ็กซี่ ก็ได้เช่นกัน
สีชุด – สีปากตรงข้ามกัน หากชุดเป็นโทนสีอ่อน เช่น ขาว ชมพู หรือฟ้า ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีแดง ม่วง หรือน้ำตาลเข้ม เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับใบหน้า หากชุดเป็นโทนสีเข้ม เช่น ดำ กรมท่า หรือน้ำเงิน ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีอ่อน เช่น ชมพูอ่อน ส้มอ่อน หรือน้ำตาลอ่อน เพื่อสร้างความสมดุลและไม่ทำให้ใบหน้าดูหนักเกินไป สีชุด – สีปากโทนเดียวกัน หากต้องการลุคที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ควรเลือกสีลิปสติกที่ใกล้เคียงกับสีชุด เช่น ชุดสีชมพูอ่อน ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีชมพูอ่อน ชุดสีน้ำเงิน ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีน้ำเงิน ชุดสีเขียว ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีเขียว เป็นต้น โทนสีผิวและสีผม – สีปากใกล้เคียงกัน ในการเลือกสีลิปสติกให้เข้ากับสีผิวและสีผม สิ่งสำคัญคือควรเลือกสีที่ไม่โดดเด่นหรือแตกต่างจนเกินไป เช่น หากคุณมีผิวสีขาวและผมสีดำ ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีแดงอ่อน ชมพูเข้ม หรือน้ำตาลอ่อน หากคุณมีผิวสีแทนและผมสีน้ำตาล ควรเลือกสีลิปสติกโทนสีชมพูส้ม น้ำตาลทอง หรือแดงอมน้ำตาล เป็นต้น โทนสีผิวและสีผม – สีปากตัดกัน หากต้องการสร้างลุคที่โดดเด่นและน่าสนใจ […]
ในปี 2024 เทรนด์สีลิปมีหลากหลายเฉดสีที่สวยงาม ทั้งโทนสีสุภาพที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโทนสีที่โดดเด่นและเหมาะสำหรับโอกาสพิเศษ ดังนี้ โทนสีสุภาพ: ได้แก่ สีชมพูอ่อน สีนู้ด สีส้มอ่อน และสีน้ำตาลอ่อน โทนสีเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติและสุภาพ หรือผู้ที่ต้องแต่งหน้าไปทำงานหรือไปเรียน โทนสีที่โดดเด่น: ได้แก่ สีแดง สีส้มสด สีชมพูเข้ม และสีม่วง โทนสีเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคที่ดูโดดเด่นและสะดุดตา หรือผู้ที่ต้องการแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้หรือไปเที่ยวกลางคืน โทนสีที่มีความเป็นเอกลักษณ์: ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงิน สีเขียว และสีทอง โทนสีเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลุคที่ดูไม่เหมือนใครและมีความเป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ที่ต้องการแสดงออกถึงสไตล์และความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบโทนสีแบบไหน ก็สามารถเลือกสีลิปที่เหมาะกับคุณได้โดยพิจารณาจากสีผิวและสีผมของคุณด้วย หากคุณมีผิวขาว ก็สามารถเลือกสีลิปได้หลากหลายเฉดสี แต่หากคุณมีผิวคล้ำ ก็ควรเลือกสีลิปที่เป็นโทนสีเข้มและชัดเจนกว่า ส่วนผู้ที่มีผมสีเข้ม ก็ควรเลือกสีลิปที่เป็นโทนสีสดใสและโดดเด่นกว่าผู้ที่มีผมสีอ่อน นอกจากนี้ คุณยังควรพิจารณาถึงโอกาสที่จะใช้สีลิปด้วย หากคุณต้องการแต่งหน้าไปทำงานหรือไปเรียน ก็ควรเลือกสีลิปที่เป็นโทนสีสุภาพ แต่หากคุณต้องการแต่งหน้าไปงานปาร์ตี้หรือไปเที่ยวกลางคืน ก็สามารถเลือกสีลิปที่เป็นโทนสีที่โดดเด่นหรือมีสีสันที่ฉูดฉาดได้ การเลือกสีลิปจึงเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว ดังนั้นคุณควรเลือกสีลิปที่คุณชอบและรู้สึกมั่นใจเมื่อทา เพราะเมื่อคุณรู้สึกมั่นใจในสีลิปที่ทา คุณก็จะยิ่งดูสวยและเปล่งประกายอย่างแน่นอน
การเลือกสีลิปที่เหมาะกับสีปากเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับให้ริมฝีปากโดดเด่นและเข้ากับใบหน้าของคุณได้อย่างลงตัว ในปี 2567 มีเทรนด์สีลิปใหม่ๆ มากมายที่คุณสามารถเลือกให้เข้ากับสีปากของคุณได้ดังนี้ สำหรับผู้ที่มีสีปากคล้ำ ควรเลือกสีลิปที่สว่างและสดใสเพื่อช่วยให้ริมฝีปากดูโดดเด่นขึ้น เช่น สีแดง สีชมพูสดใส สีส้ม หรือสีม่วงเข้ม เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีสีปากซีด ควรเลือกสีลิปที่มีโทนสีนู้ดหรือสีอ่อนเพื่อช่วยให้ริมฝีปากดูเป็นธรรมชาติและอ่อนหวานยิ่งขึ้น เช่น สีชมพูนู้ด สีน้ำตาลอ่อน สีส้มนู้ด หรือสีแดงอ่อน เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีสีปากอมชมพู สามารถเลือกได้ทั้งสีลิปโทนสีชมพูหรือสีโทนสีแดง โดยให้เลือกสีลิปที่มีความเข้มหรืออ่อนกว่าสีปากของคุณเล็กน้อยเพื่อให้ได้ลุคที่เป็นธรรมชาติและดูโดดเด่นไปพร้อมๆ กัน สำหรับผู้ที่มีสีปากสีน้ำตาล ควรเลือกสีลิปที่มีเฉดสีใกล้เคียงกับสีริมฝีปากของคุณเพื่อไม่ให้ดูลอยจนเกินไป เช่น สีน้ำตาลนู้ด สีน้ำตาลอมส้ม หรือสีน้ำตาลอมแดง เป็นต้น นอกจากการเลือกสีลิปตามสีปากแล้ว คุณยังสามารถเลือกสีลิปตามโทนสีผิวของคุณได้ด้วย เพื่อให้ได้ลุคที่ดูกลมกลืนและโดดเด่นไปพร้อมๆ กัน
เลือกสีลิปผู้ชาย 2567: เสน่ห์ใหม่แห่งหนุ่มมั่น การแต่งหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามหนุ่มๆ ยุคนี้ก็นิยมแต่งหน้าเพื่อเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเลือกใช้ลิปสติกนั้นสำคัญอย่างมาก เพราะสามารถช่วยขับเน้นให้รูปริมฝีปากของคุณดูโดดเด่นและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แล้วสีลิปไหนที่จะเหมาะกับหนุ่มๆ ในปี 2024 นี้บ้าง? มาหาคำตอบกันได้เลย สีแดง สีแดงเป็นสีคลาสสิกที่เหมาะกับผู้ชายทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนผิวขาว ผิวคล้ำ หรือผิวสองสี โดยสีแดงนั้นสามารถช่วยขับเน้นให้ริมฝีปากของคุณดูโดดเด่นและทรงพลังมากยิ่งขึ้น โดยโทนสีแดงที่เหมาะสำหรับหนุ่มๆ นั้นมีหลากหลายตั้งแต่สีแดงก่ำ สีแดงอมส้ม ไปจนถึงสีแดงเข้ม เพียงแค่เลือกโทนสีที่เข้ากับสีผิวและสไตล์ของคุณก็สามารถเผยเสน่ห์อันทรงพลังของคุณได้แล้ว สีน้ำตาล สีน้ำตาลเป็นอีกหนึ่งสีที่เหมาะกับหนุ่มๆ ทุกคนเช่นกัน โดยสีน้ำตาลนั้นจะช่วยให้ริมฝีปากของคุณดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มๆ ที่ไม่ค่อยชอบแต่งหน้ามากนัก สีน้ำตาลนั้นจะช่วยให้คุณดูดีขึ้นได้โดยไม่รู้สึกว่าโป๊ะ โดยโทนสีน้ำตาลที่เหมาะสำหรับหนุ่มๆ นั้นมีหลากหลายตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีน้ำตาลอมแดง เพียงแค่เลือกโทนสีที่เข้ากับสีผิวและสไตล์ของคุณก็สามารถเผยเสน่ห์อันอบอุ่นและเป็นกันเองของคุณได้แล้ว สีชมพู สีชมพูเป็นสีที่เหมาะกับผู้ชายที่มีผิวขาวหรือผิวสองสี โดยสีชมพูนั้นจะช่วยให้ริมฝีปากของคุณดูอ่อนโยนและละมุนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มๆ ที่อยากได้ลุคหวานๆ สีชมพูนั้นจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ โดยโทนสีชมพูที่เหมาะสำหรับหนุ่มๆ นั้นมีหลากหลายตั้งแต่สีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม ไปจนถึงสีชมพูอมส้ม เพียงแค่เลือกโทนสีที่เข้ากับสีผิวและสไตล์ของคุณก็สามารถเผยเสน่ห์อันสดใสและน่ารักของคุณได้แล้ว สีส้ม สีส้มเป็นอีกหนึ่งสีที่เหมาะกับผู้ชายที่มีผิวขาวหรือสีผิวสองสี โดยสีส้มนั้นจะช่วยให้ริมฝีปากของคุณดูสดใสและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มๆ ที่อยากได้ลุคสดใส สีส้มนั้นจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ โดยโทนสีส้มที่เหมาะสำหรับหนุ่มๆ นั้นมีหลากหลายตั้งแต่สีส้มอ่อน […]